Voigtlander 40mm. F/1.2 Nokton M-mount

By Phana Nagavajara

VOIGTLANDER 40MM. F/1.2 NOKTON  M-MOUNT
คำตอบที่ลงตัวของการไปไหนมาไหนด้วยเลนส์เพียงตัวเดียว

เลนส์ในขนาด 40 mm เป็นเลนส์ที่ทาง Voigtlander เขาถือว่าเป็นเลนส์ในขนาดของเลนส์มาตรฐาน หรือ Normal lens แต่จริงๆแล้วผมเองไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเลนส์ขนากมาตรฐานนักสักเท่าไหร่ เนื่องด้วยการที่เลนส์ตัวนี้มีทางยาวที่ใกล้กับเลนส์ 35มม. มากกว่าที่จะใกล้กับเลนส์มาตรฐานทั่วไป ซึ่งเราจะชินกับการที่เลนส์มาตรฐาน มีขนาด 50mm. 55mm. และ 58mm. ขณะที่ตัวนี้กลับมีทางยาวลดลงไปหาช่วงเลนส์ที่จะเป็นเลนส์มุมกว้างแทน  หลายคนอาจจะรู้สึกแปลก

แต่จุดประสงค์ของเลนส์ขนาด 40mm.นี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรใหม่แต่อย่างใด ในอดีตเราเคยมีกล้องที่ติดเลนส์ 40mm. มาแล้วหลายตัว ในที่นี้ ผมยกตัวอย่างให้ดูสองตัว คือ leica CL ซึ่งติดมากับเลนส์ Summicron 40mm. f/2 และกล้อง Rolei 35s ที่มากับเลนส์  Sonnar 40mm. f/2.8 (ทั้งสองตัวเป็นกล้องในยุคฟิล์ม)

นั่นเป็นที่มาที่แน่นอนว่าต้องมีการให้ความสำคัญกับเลนส์ขนาด 40mm. นี้เพื่อใช้เป็นเลนส์ติดกล้องตัวเดียวถ่ายทุกอย่าง

ในสมัยหนึ่ง อาจมองว่ากล้องที่ขายแล้วติดเลนส์ 40mm. เป็นกล้องราคาประหยัด(ในหมู่กล้องราคาแพง)แต่ไม่ใช่กับคอนเซพของ Voigtlander 40 f/1.2 Nokton ตัวนี้ ที่มาแบบจัดเต็ม และมันก็แสดงออกมาอย่างชัดเจน ถึงจุดมุ่งหมายของการเลือกติดเลนส์บนกล้องเพียงเลนส์เดียวว่า ครั้งหนึ่ง เลนส์ 40mm. คือเลนส์ที่ถูกเลือก


Leica CL With Summicron-c 40MM. F/2   And  Rollei 35s With Sonnar 40MM. F2.8.

 

ภาพถ่ายลูกชายของผม ในวันไปเดินเล่นถ่ายรูปกันเบาๆที่ตลาดแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่
Rollei 35s With 40mm. F/2.8  : Film By Fujifilm ISO 200

 

ทำไมต้อง 40 มม.

คนที่ศึกษาเรื่องการออกแบบเลนส์ จะทราบดีว่า การออกแบบเลนส์ที่ดีและผลิตง่ายนั้น ต้องไม่ใช่เลนส์กว้างเกินไปและแคบเกินไป ดังนั้นเลนส์ที่ออกแบบได้ดีที่สุดด้วยความสามารถเดียวกันของผู้ผลิตคือเลนส์ตรงกลางหรือเราเรียก นอร์มอลเลนส์ขนาด 50mm.

สมมุติเช่น เราเปลี่ยนไปออกแบบเป็นมุมที่กว้างขึ้นเช่น 35mm. คนออกแบบก็ต้องเจอกับปัญหาการบิดเบี้ยวของภาพ หรือถ้านักออกแบบต้องการออกแบบเลนส์ที่มีมุมภาพที่แคบลงเช่น 85mm. นักออกแบบก็จะไปพบกับปัญหาของการเหลื่อมของสีที่ไม่ตกในระนาบเดียวกัน เป็นต้น

แต่ในกรณีของเลนส์ติดกล้องตัวเดียวนี้ ช่างภาพหลายคนเลือกที่จะใช้เลนส์ขนาด 35mm. จริงแล้วไม่ใช่อะไรเลย ก็เพราะเลนส์35mm.ให้ความกว้างที่เพียงพอกับการถ่ายภาพทั่วไป และยังสามรถทดแทนในมุมมองของเลนส์นอร์มอล 50mm. ได้บ้าง และให้ภาพที่ไม่บิดเบี้ยวหรือบวมเกินไป เมื่อยามต้องเอามาถ่ายจ่อใกล้ๆกับตัวแบบ

ในสมัยปัจจุบัน เราจะเห็นกล้องประเภทติดเลนส์ตัวเดียว รุ่นใหม่ๆ ที่ตามออกมา มักนิยมติด เลนส์ขนาด35mm. และบางค่ายก็เลือกที่จะติดเลนส์ที่กว้างขึ้นเช่นเลนส์ 28mm. (หนึ่งในนั้น ก็มี leica Q ที่โด่งดัง ที่เลือกใช้เลนส์มุมกว้าง 28mm.f/1.7) ด้วยเนื่องจากการออกแบบเลนส์ที่พัฒนาไปไกลมาก จึงทำให้เลนส์ขนาดมุมกว้าง 28mm F1.7 ใน Leica Q สามารถจะทำให้อยู่ในขนาดที่เหมาะสมและคุณภาพดีมาก แถมมีกลไกในการปรับขนาดของการโฟกัสให้ใกล้มากเป็นพิเศษได้ด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม มีช่างภาพจำนวนไม่น้อย ที่ไม่ถนัดกับเลนส์มุมกว้างถึง 28 mm. ทั้งทั้งที่ด้วยเทคนิคสมัยใหม่ดังกล่าว สามารถจะทำให้เลนส์ขนาด 28mm. มีรูรับแสงกว้างเป็นพิเศษซึ่งทำให้อาการละลายหลังภาพ มีได้มากพอสมควรแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องยอมรับว่าเลนส์ขนาดกว้าง 28mm. ก็ยังไม่ใช่เลนส์ที่ช่างภาพทุกคนสามารถจะถ่ายมันได้อย่างถูกใจ จะมีเพียงช่างภาพบางกลุ่ม ที่มีทักษะและความชอบที่จะบันทึกภาพถ่ายด้วยเลนส์มุมกว้าง จึงจะชอบเลนส์มุมกว้างขนาด 28mm. ดังนั้นเลนส์ 35mm.จึงยังเป็นทางเลือกของช่างภาพส่วนใหญ่อยู่

แต่ในขณะที่เลนส์ 35mm. รูรับแสงกว้างพิเศษไม่ใช่เลนส์ที่จะผลิตให้สมบูนณ์แบบกันได้ง่ายๆและเมื่อคิดจะทำ ก็ต้องใช้ต้นทุนผลิตที่สูง ดังนั้นถ้าต้องการความสมบูรณ์แบบในรูรับแสงกว้างสุดๆแบบนี้  ทาง Voigtlander จึงได้เลือกที่จะผลิตเลนส์ทางยาวโฟกัส 40mm. ที่ทำให้เป็นจริง และเหมาะกับการใช้งานจริงได้มากกว่า

ตัวเลือกนี้เป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับคนที่รักที่ชอบใช้เลนส์ขนาด 35mm. และ 50mm. แต่หลายครั้งหลายหนที่เราก็รู้สึกว่าเลนส์ 50mm. มีความอึดอัดไปในการพกพาไปเพียงตัวเดียวในการใช้ชีวิตของคนปัจจุบัน เช่นเมื่อไปนั่งร้านอาหารกับเพื่อน บางครั้งเราอยากจะถ่ายเพื่อนที่นั่งเก้าอี้ตรงข้าม เลนส์ 50mm. อาจจะแคบเกินไปจนต้องทำให้ต้องลุกออกจากที่นั่งเพื่อเดินไปถ่ายภาพให้ได้กว้างกว่าเดิม ยิ่งถ้าเป็นร้านที่ลุกออกไปไม่ได้เพราะคนเยอะหรือเป็นร้านที่ไม่กว้างด้วยแล้ว ก็แทบจะหมดโอกาสกันเลย

ส่วนเลนส์ 35mm. ก็ที่พวกเรารู้กันดีว่าเป็นเลนส์ที่เหมาะสมในกรณีไปไหนมาไหนด้วยเลนส์เพียงตัวเดียว กว้างพอที่จะถ่ายอะไรๆ ตั้งแต่สถาปัตยกรรม ไปจนถึงภาพบุคคล แต่ข้อเสียเพียงเล็กน้อยของมันก็คือ มันให้ฉากหลังที่ไม่นวลตา ไม่ละลายได้เท่ากับเลนส์ 50mm. ทำให้เกิดอาการรักพี่เสียดายน้องอยู่บ่อยๆ  และยังอาจมีอาการฉากหน้าบวมมากกว่าเลนส์ 50mm. อยู่เมื่อยามต้องถ่ายใกล้ โดยเฉพาะกับคุณผู้หญิง ดังนั้นเมื่อรักพี่เสียดายน้อง  เลนส์ 40mm. ที่แคบกว่าเลนส์ 35mm. เพียงเล็กน้อย ให้ฉากหลังที่นวลตาขึ้นมาจนใกล้กับเลนส์ 50mm. ยิ่งได้รูรับแสงกว้างขนาด f/1.2 ด้วยแล้ว ระดับการเบลอหลังจึงเข้ามาเท่ากับเลนส์ขนาด 50mm. f/1.4 เลย  ด้วยสิ่งที่กล่าวมา เลนส์ตัวนี้จึงเข้ามาแทนที่ช่องว่างระหว่างเลนส์ 35mm. กับเลนส์ 50mm. เอฟกว้างๆ ได้อย่างลงตัวพอดิบพอดี.  


สามภาพนี้แสดงถึงความกว้างของเลนส์ 35mm. 40mm. และ 50mm. เมื่อผู้ถ่ายยืนในตำแหน่งเดียวกัน

Leica Summicron 35 F/2 ASPH.

 

Voigtlander 40 F/1.2 Nokton

 

Leica Summilux 50 F/1.4 ASPH.

และสามภาพที่แสดงให้เห็นเลนส์สามขนาด ที่ผู้ถ่ายเดินเข้าออกเพื่อพยามยามรักษาขนาดวัตถุหลักในภาพให้มีขนาดเท่าเดิมโดยเลนส์ทุกตัวถ่ายที่เอฟกว้างสุดของแต่ละตัว

Leica Summicron 35 F/2 ASPH.

 

Voigtlander 40 F/1.2 Nokton

 

Leica Summilux 50 F/1.4 ASPH.

 

กลับมากล่าวถึงเรื่องคุณภาพของเลนส์อีกครั้ง อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้น เลนส์ที่ผลิตง่ายเป็นเลนส์ที่อยู่กลางกลางไม่กว้างและไม่แคบก็คือเลนส์ 50mm. ตัวอย่างนี้เราเห็นได้ชัดเจนเมื่อค่าย Leica ต้องการผลิตเลนส์ที่ดีที่สุดและสมบูรณ์แบบที่สุด เลนส์ตัวนั้นจึงต้องเป็น 50mm. ( APO 50 F/2 SUMMICRON ASPH.) ดังนั้นการจะเลือกเลนส์ที่จะติดกล้องเพียงตัวเดียวแล้วผลิตให้ได้คุณภาพสูงสุด ก็ต้องไม่หนี จากความเป็นจริงอันนี้เชื่อว่าทาง Voigtlander จึงได้ตั้งใจที่จะผลิตเลนส์ช่วง 40 mm เนื่องด้วยเหตุผลที่ว่าสามารถทำให้ใช้สะดวกใกล้เคียงเลนส์ 35mm. แต่ทำให้เกิดความสมบูรณ์ทางออพติคอลได้ง่ายกว่าเพราะใกล้กับเลนส์ 50mm. ขึ้นมาอีกหน่อย

จากการใช้งานจริง เลนส์ตัวนี้  มีความคมที่นุ่มนวล  มีลักษณะของ Bokeh ที่สวย แต่ไม่ได้เป็นไปในแบบของเลนส์โบราณ แต่กลับเป็นแบบเลนส์สมัยใหม่หน่อย กล่าวคือ ฉากหลังไม่หมุนมาก แต่ไม่ได้แข็งทื่อจนขาดเสน่ห์ ลักษณะของฉากหลังเอง เป็นลักษณะนุ่มครีม จะมีอาการหมุนตัวเพียงเล็กน้อยให้พองาม จุดเด่นของเลนส์ตัวนี้ อยู่ที่ความนุ่มนวลจริงๆ แต่ในความนุ่มนวลนั้น มีความคม และคมจนถึงขอบภาพในรูรับแสงกว้างสุดด้วย

ในส่วนนี้ ผมยังไม่เคยพบกับเลนส์ F 1.2 ตัวไหนที่ให้ความเรียบร้อยและสม่ำเสมอได้ขนาดนี้มาก่อน

เลนส์ตัวนี้เป็นเลนส์ประเภท ถ่ายอะไรก็สวยไปหมด และไม่ต้องคอยระวังโน่นนี่ เช่น อยากจะวางแบบไว้ริมก็ไม่ต้องกลัวตัวแบบจะไม่ชัด ไม่ต้องกลัวว่าตัวแบบจะเบี้ยว เป็นต้น

ความอิ่มตัวของสีสันที่เป็นธรรมชาติ ถึงแม้ว่า เมื่อเทียบกับเลนส์ leica ที่ผมใช้อยู่ Nokton 40 f/1.2 จะให้โทนคอนทราสย่านกลางที่หนักกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น   แต่นั่นก็เป็นเพียงความแตกต่าง ไม่ใช่ข้อเสีย และเพียงแค่ขยับส่วนกลางในการปรับแต่งเพียงเล็กน้อย ส่วนของเงาในส่วนกลางของโทนก็จะเปิดขึ้นมาทันที  

ข้อดีที่สำคัญมากอีกข้อหนึ่งก็คือ เป็นเลนส์ที่มีช่วงชัดลึกที่กว้าง ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ชัดตื้น การชัดตื้นในฉากหลังมันมากหรือน้อยไม่เกี่ยวกับระยะช่วงที่เลนส์คุมความชัดได้ หรือที่บางท่านเรียกว่าเลนส์บางนั่นเอง  Nokton 40 f/1.2 มันมีความชัดตื้นไม่แพ้เลนส์ 50 F1.4 เลย

แต่เนื่องจากเพราะมันเป็นเลนส์ขนาด 40mm. หรือเพราะการออกแบบ ที่ทำให้ช่วงของความชัดก่อนที่จะหลุดออกไปเบลอ มีช่วงที่ไม่บางจนเกินไป จึงทำให้มีช่วงให้พลาดโฟกัสได้กว้างกว่าเลนส์ Summilux 50 1.4 ASPH. ที่ผมใช้อยู่ที่พลาดแทบไม่ได้

ทำให้ Voigtlander 40/1.2 Nokton ตัวนี้ ถ่ายง่ายถ่ายสนุกกว่า ไม่ต้องระวังจนกลัวระแวงอย่างใน Summilux 50 ASPH.ของผม.

 

ไม่ต้องลุกออกจากที่นั่งเวลาทานข้าวกับใครๆในร้านอาหาร
Leica M-P : Voigtlander 40mm. F1.2 Nokton M-mount at f/1.2
ถ่ายอาหารยกให้มือถือเขาไปเถอะ นั่นมันงานถนัดของเขา ยกเว้นผู้ที่ใช้กล้อง Sony และใช้ร่วมกับ VM-E Close Focus Adapter ก็จะทำให้โฟกัสจานอาหารได้อย่างสนุกสนาน
Leica M-P : Voigtlander 40mm. F1.2 Nokton M-mount at f/1.2

 

Voigtlander 40MM. F1.2 Leica M-Mount


Voigtlander 40MM. F1.2 Leica M-Mount With 40MM. Optical Viewfinder.

Voigtlander 40MM. F1.2 Leica M-Mount With 40MM. Optical Viewfinder.

ครั้งแรกที่ได้เห็นเลนส์ตัวนี้ออกมาจากกล่อง สิ่งแรกเลยที่ประทับใจก็คือขนาดของมัน ไม่เคยคาดหมายมาก่อนว่าเลนส์ f/1.2 จะมีขนาดกระทัดรัดอย่างนี้ นี่น่าจะเป็นเพราะเลนส์ตัวนี้ใช้เลนส์พิเศษเป็นอย่างมาก คือใช้ชื้นเลนส์  aspherical ถึงสี่ด้านในสองชิ้น หมายความว่า เลนส์ aspherical ปกติเขาจะอยู่บนหน้าใดหน้าหนึ่งของชิ้นเลนส์ชิ้นหนึ่งเท่านั้น แต่เทคนิคใหม่ล่าสุด เขาสามารถที่จะนำด้านของเลนส์ aspherical ลงไปบนชิ้นเลนส์ชิ้นเดียวทั้งสองหน้า สรุปว่ามีสองชิ้นที่เป็น aspherical และทั้งสองชิ้นเป็นแก้ว aspherical แบบสองหน้าทั้งสองชิ้น โดยปกติเราจะเห็นว่า ชิ้นเลนส์ aspherical จะทำให้ตัวเลนส์มีขนาดเล็กลง ยกตัวอย่างให้ดูง่ายๆเช่นเลนส์ leica 28 2.8 Elmarit-m asph. เป็นเลนส์ของ leica ที่ตั้งใจทำให้มีขนาดเล็กลง เพื่อพกพาสะดวกขนาดของเลนส์ตัวนี้เล็กลงกว่าตัวก่อนก่อนของรุ่นเดียวกันอย่างเห็นได้ชัดด้วยการใช่เลนส์ aspherical  และจากการใช้เทคนิค aspherical ที่พิเศษกว่า aspherical ธรรมดาในเลนส์รุ่นใหม่นี้ ทำให้เลนส์  Voigtlander 40 1.2 Nokton จึงมีขนาดที่กระทัดรัดมากๆจริงๆ ขนาดฟิลเตอร์ 52mm. ของมันก็เป็นขนาดที่หาได้ไม่ยาก และเป็นขนาดที่มาตรฐานทั่วๆไป จะหาของดีขนาดไหนก็ไม่ยาก หรือ จะหาราคาประหยัดขนาดไหนก็ได้ แต่ผมก็แนะนำให้ใช้ filter ที่ดีที่สุดเท่าที่พอจะมีกำลังซื้อหา ให้สมกับคุณภาพของเลนส์ตัวนี้ที่สูงมาก

เมื่อนำเลนส์ตัวนี้มาใส่เข้าไปในกล้อง leica M ผมรู้สึกว่ามันไม่เป็นภาระใดๆเลยในการสะพายกล้องไปไหนๆเลย อยู่บนบ่ากันได้เช้ายันค่ำแน่นอน ผมเป็นคนหนึ่งที่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ของเลนส์มาก ไม่ใช่เรื่องความใหญ่เล็กหรือน้ำหนักแต่อย่างเดียว  แต่เป็นเรื่องของสมดุล เลนส์บางตัวออกแบบมา ไม่ใหญ่แต่ยาว ทำให้เวลาสะพาย ตัวเลนส์ยื่นออกมาข้างข้างลำตัวมากเกินไป หรือที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือ หน้าเลนส์จะตกลงเวลาสะพายข้างตัว กล้องจะไม่ตั้งฉากกับพื้น และแกว่งไปมา มันไม่ได้มีผลเฉพาะตอนสะพาย แต่มันไปมีผลกับการถ่ายภาพของเราด้วย  กล่าวคือเมื่อเลนส์มีความไม่สมดุลมันจะพลอยทำให้เรารู้สึกไปว่าเล่นตัวนี้ ถ่ายไม่สนุก และบางครั้งพาลพาโลไปรู้สึกไปต่างๆนานาว่า เลนส์แคบไปบ้าง กว้างเกินไปบ้าง ก็เคยเกิดขึ้นกับผมมาแล้ว

แล้ววันหนึ่ง ผมก็มาพบปัญหานี้เข้า ก็คือว่าเมื่อใดก็ตามที่เลนส์กับกล้องเมื่อรวมเข้าด้วยกันแล้วเกิดความไม่สมดุลในการถือ ก็จะทำให้เราเกิดความรู้สึกแปลกๆไม่คล่องตัวในการใช้อย่างที่เราไม่ทันได้รู้สึกตัวว่าสาเหตุมันมาจากอะไรกันแน่ จึงทำให้กล่าวโทษไปที่ทางยาวโฟกัสของเลนส์แทนว่ามันไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้

เลนส์ Voigtlander 40mm. f/1.2 ตัวนี้ มีความสมดุล ยอดเยี่ยมมาก ผมขอใช้คำว่ากระปุ๊กลุก มีขนาดอ้วนพอดีๆ สั้นๆ และไม่หนักเลย ทำให้เกิดความสมดุลอย่างน่ามหัศจรรย์แถมบวกกับเลนส์เป็นเลนส์ f กว้างมากๆ ยิ่งทำให้ถ่ายสนุกมากขึ้นไปเป็นเท่าทวีคูณ

เลนส์ตัวนี้เป็นเลนส์ที่โฟกัสได้ใกล้ ถ้านับว่ามันเป็นเลนส์ของกล้อง rangefinder คือโฟกัสใกล้เพียง 50 cm. ในขณะที่กล้อง leica M ช่องมองภาพ rangefinder ของกล้องจะทำงานมาถึงเพียงแค่ 70cm. เมื่อเราโฟกัสเลนส์ตัวนี้ต่ำกว่า 70cm.ลงมา ช่องมองภาพของกล้องก็จะเรื่มไม่ทำงานให้เราทราบถึงระยะโฟกัส อาจจะยุ่งยากขึ้นเพียงเล็กน้อยที่จะต้องเปิดไลฟ์วิวเพื่อมองภาพ ถ้าต้องการโฟกัสภาพระยะใกล้กว่า 70 cm. ลงมา แต่ก็ถือเป็นข้อดีที่เรามีเลนส์ในระบบ rangefinder leica M mount ที่สามารถจับโฟกัสใกล้กว่า 70cm. กันได้ เพิ่มมาอีกตัวหนึ่ง

Lens hood แถมมากับตัวเลนส์ตอนซื้อ ไม่ต้องซื้อหาเพิ่มเติม ขนาดของเลนส์ฮูด ไม่ใหญ่ ก็กะทัดรัดเหมือนเลนส์นั่นแหละ ใส่เข้าไปก็ไม่ได้สร้างความลำบากในการจับถือพกพา และก็ไม่ได้สร้างปัญหาเพื่มให้กับพื้นที่ที่จะใส่เข้าไปในกระเป๋ากล้องแต่อย่างใด

โครงสร้าง ของกระบอกเลนส์   

เราก็เป็นที่ทราบกันดีสำหรับเลนส์ ค่ายนี้ ว่ามีโครงสร้างที่ดีแข็งแรงมากน้องๆ leica กันเลยทีเดียว รับรองว่าใช้กัน ชั่วลูกชั่วหลาน เหมือนนาฬิกาดีๆนั้นเชียวใครเคยใช้เลนส์ค่ายนี้มาก่อนก็คงทราบดี โฟกัส นุ่มหนึบ กำลังพอดี ตรงนี้คงไม่ต้องกล่าวถึงกันมากมาย

เหมาะและไม่เป็นภาระที่จะสะพายไปในยามที่ภรรยาไปช้อปปิ้งด้วยกัน
Leica M-P : Voigtlander 40mm. F1.2 Nokton M-mount at f/1.2

 

เมื่อเทียบกับเลนส์ 35 และ 50 mm กับช่องมองภาพ สำหรับกล้อง leica

เป็นที่ทราบกันดีว่า กล้องไลก้าเอง ไม่ได้ทำ Frameline ขนาด 40mm. มา ถึงแม้ว่า leica เองก็มีเลนส์ 40 mm.ดังนั้นเลนส์ 40mm. เม้าท์ Leica M ทั้งหลายเมื่ออยู่บน Body Leica M  กล้องจะเลือกใช้ Frameline ที่ 50mm.
เดิมผมเคยคิดว่าทำไมเขาไม่เลือก frameline ที่ 35mm. เพราะเลนส์ 40mm. ดูเหมือนจะใกล้เคียงกับ fame line 35mm. มากกว่า แต่จริงๆแล้วการมองภาพใน frameline ที่แคบกว่านั้น จะทำให้โอกาสผิดพลาดมีน้อยลง เพราะว่าถ้าเราคิดว่าเราถ่ายอะไรก็ตามใน frameline 50mm. แล้วสิ่งสำคัญที่กำหนดในภาพอยู่ใน frameline เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นส่วนที่เกินออกไป เราก็จะไม่ได้สูญเสียอะไรในภาพไป ซึ่งปลอดภัยกว่าการใช้ frameline 35mm.ที่กว้างกว่าภาพที่ถ่ายได้  อาจจะมีส่วนที่สำคัญเกินออกไปจนถึง frameline 35mm. แล้วเลนส์ 40mm. ถ่ายออกมาไม่ได้หมดทำให้ภาพนั้นเสียหายได้ง่ายกว่า
ถ้าถามผมว่าปัญหาของ fameline ที่ไม่พอดีนี้มีปัญหามากไหม ผมคิดว่าส่วนตัวผมแล้วแทบไม่มีปัญหาเลย เพราะส่วนใหญ่การถ่ายรูปของผมถ้าไม่ได้เป็นการถ่าย Architecture ผมมักจะกำหนดอะไรคร่าวๆเท่านั้น แล้วให้ภาพมันไหลออกไปตามความคิดในสมอง มากกว่าที่จะไปกำหนดขอบเขตที่แน่นอนของมัน ดังนั้นเมื่อเรามอง frameline ที่ 50mm. แล้วทราบว่ามันกว้างกว่านั้นอีกนิดหน่อย  ก็จะทำให้เราสามารถที่จะถ่ายรูป ไปตามอารมณ์ในขณะนั้น ได้ดี มากกว่าที่ตาจะไปเพ่งมอง frameline แล้วมัวแต่ไปสนใจที่จะกำหนดขอบเขตของมัน จริงๆแล้วระยะหลังมาผมก็ทำอย่างนี้กับทุกเลนส์ ต่อให้มันมี frameline ที่ถูกต้องก็ตามผมเองก็ไม่ค่อยได้ไปกำหนดขอบเขตของมันมากมาย ยกเว้นเสียแต่ว่าในกรณีเดียว ที่ผมจะถ่าย Architecture ส่วนใหญ่แล้วผมจะใช้ไลฟ์วิว หรือ ช่องมอง EVF(ช่องมองภาพอีเลคโทรนิค) เข้าไปแทน เพื่อต้องการระนาบและภาพที่ถูกต้อง โดยไม่เกี่ยวกับการถ่ายแบบตามอารมณ์ จะเห็นว่าผมแยกการถ่ายภาพจากภาพระหว่างอารมณ์ กับการถ่ายแบบถูกต้องตามเส้นตามแนว ออกจากกัน ก็จะทำให้ไม่รู้สึกถึงปัญหาต่างๆของเฟรมไลน์อีกต่อไป แม้กระทั่งเลนส์บางตัวที่ยื่นมาบัง ช่องมองภาพของ rangefinder ก็ไม่ได้มีผลมากมายกับการถ่ายภาพของผม อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่า frameline 50mm.กับเลนส์ขนาด 40mm. นี้ คนทั่วไปถ่ายไปสักพักก็จะชินและใช้ได้ดีเลยครับ ปลอดภัยแน่นอน

ส่วนกล้องที่ไม่สามรถใช้ Liveview ได้ และผู้ใช้ก็ไม่อยากที่จะเดา ทาง Voigtlander ก็มีช่องมองภาพแบบ Optical viewfinder ขายแยกมาไว้เสียบบนหัวฮ๊อตชูแฟลช ซึ่งทำด้วยโลหะไม่ใช่พลาสติก อย่างดีเลย ขายแยกมาด้วย ก็สามารถใช้แก้ปัญหาสำหรับกล้องบางตัวที่ไม่สามารถที่จะเปิดไลฟ์วิวได้

เอาภาพที่ถ่ายที่เอฟ 1.2 มาให้ดูว่าที่บอกว่าใสและคมจริงจนชนขอบที่เอฟกว้างสุดนี่คือเรื่องจริง (ผมใช้ Lens Detection 35f/1.4 ASPH.11874/11883 บนกล้อง M-P240เพื่อลดขอบภาพมืด)

Crop 100% มุมขวาล่างจากภาพบน นี่ที่ เอฟ1.2 นะครับ
(โฟกัสที่ระนาบของรถฟอร์มูลาวัน)

ขนาดกระทัดรัดเมื่อเทียบกับเลนส์ Leica

ข้อเสียมีอะไร

พบข้อดีกันมาแล้ว เรามาดูข้อเสียกันบ้าง

เล่นตัวนี้เป็นเลนส์ในกลุ่มราคาสูงที่สุดของค่าย ซึ่งคนเล่น leica อาจจะมองว่า ไม่ได้แพงอะไร แต่สำหรับคนที่มาจากกล้องยี่ห้ออื่น ก็จะถือว่าเป็นเลนส์ที่ราคา พอสมควร แม้จะไม่ได้แพงเท่ากับเลนส์รุ่น Top ใหม่ๆจากค่ายญี่ปุ่นในปัจจุบัน แต่ก็ไม่ใช่เลนส์ในกลุ่มราคาถูกแน่นอน ซึ่งคุณต้องอย่าลืม ว่านี่คือเลนส์ระดับ f/1.2 ทีเดียว แถมยังมีคุณภาพที่ผมยอมให้ว่าเป็นคุณภาพระดับสูงมาก ตัวหนึ่งในปัจจุบัน

ข้อเสียอีกข้อหนึ่งที่ผมพบ (แต่ในกรณีนี้ต้องเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับลักษณะของโทนเรนเดอร์ในส่วนของ out of focus เป็นอย่างมากๆ ถึงจะติติงกับข้อเสียอันนี้) ข้อเสียที่ว่า คือคอนทราสในส่วนของ out of focus ของเลนส์ตัวนี้ มีระดับคอนทราสที่ทึมตัวลง ทั้งๆที่ภาพโดยรวมของเลนส์ตัวนี้คือความใสสะอาดและเคลียร์เป็นอย่างมาก ผมถึงชี้แจงว่า ต้องเป็นคนที่ละเอียดที่รับทราบถึงคอนทราสในระดับต่างๆของระยะโฟกัสได้เป็นอย่างดีจึงสังเกตุเห็นได้ ผมทำการเทียบกับเลนส์ leica สองสามตัวที่ผมมีอยู่ ก็จะเห็นได้ถึงกรณีที่พูดถึงนี้ ว่าในส่วนของ out of Focus นั้น คอนทราสของเลนส์ leica ยังให้ความสมบูรณ์และสดใสกว่า แต่อย่างไรก็ตาม เลนส์ Voigtlander 40 1.2 Nokton ตัวนี้  ได้ให้สิ่งที่ทดแทนกลับมา นั่นคือความคมตั้งแต่ f/1.2  และมีแนวโน้มที่จะคม ในระดับดีเยี่ยมจนถึงขอบภาพที่ f กว้างสุด อย่างที่ผมเรียนไปข้างต้น ไม่ใช่จะเกิดขึ้นง่ายๆกับเลนส์ f กว้างขนาดนี้ และถึงแม้ว่า out of Focus  จะมีอาการทึมหรือความสว่างใสลดลง ไม่ใสเหมือนส่วนที่ infocus  แต่โปเก้ ของเลนส์ตัวนี้  เป็นโปเก้ ในรูปแบบที่สวยมาก คือขอบผิวเปลือกส้มนั้นอ่อนและไส้กลางแบบวงหัวหอม ที่มักจะเกิดขึ้นกับเลนส์ aspherical นั้นเกิดขึ้นไม่มาก ถือว่าเป็นไส้กลางที่สะอาดใช้ได้ทีเดียว

อีกเรื่องที่ผมมองว่าต้องพูดถึงคือ CA (chromatic aberration)(ขอบม่วง) ขวบม่วงของเลนส์ตัวนี้มีบ้างตามสมควรที่พึงจะมีของเลนส์เอฟกว้างมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเลนส์ยี่ห้ออะไรที่เอฟกว้างพิเศษ มักหนีไม่พ้น แต่เลนส์ตัวนี้ อยู่ในระดับควบคุมได้ ไม่ได้มาพร่ำเพรื่อไปเรื่อย เรียกว่าถ้าไม่หนักหนาก็ไม่ได้มาเสนอหน้าให้ชม

เรื่องข้อด้อยต่อมาคือเรื่อง ความคมชัดที่ระยะโฟกัสใกล้มากๆตั้งแต่หนึ่งเมตรลงมา ยังไม่ถือว่าดี ถ้าเทียบกับเลนส์ออโต้โฟกัสรุ่นใหม่ๆ ในหลายๆค่าย แต่ตั้งแต่เมตรกว่าๆเป็นต้นไปก็ดีจนได้ใจครับ

สรุป

นี่คือเล่นแบบไปไหนมาไหนด้วยเลนส์เพียงตัวเดียว ด้วยเลนส์ที่รูรับแสงกว้างมากๆ ด้วยเลนส์ที่มีขนาดสะดวกในการพกพาเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเลนส์ที่มีราคาไม่ได้แพงจนเกินไป เมื่อเทียบกับคุณภาพ

เลนส์ตัวนี้จึงเป็นเลนส์ในระดับ 

 

จาก พี่โจ้รีวิวครับ.


Leica M-P : Voigtlander 40mm. F1.2 Nokton M-mount at f/ 1.2

Leica M-P : Voigtlander 40mm. F1.2 Nokton M-mount at f/ 1.2

Leica M-P : Voigtlander 40mm. F1.2 Nokton M-mount at f /2.0

Leica M-P : Voigtlander 40mm. F1.2 Nokton M-mount at f/1.2

Leica M-P : Voigtlander 40mm. F1.2 Nokton M-mount at f/2.8

Leica M-P : Voigtlander 40mm. F1.2 Nokton M-mount at f/1.2

Leica M-P : Voigtlander 40mm. F1.2 Nokton M-mount at f/1.2

Leica M-P : Voigtlander 40mm. F1.2 Nokton M-mount at f/1.2

Leica M-P : Voigtlander 40mm. F1.2 Nokton M-mount at f/5.6

Leica M-P : Voigtlander 40mm. F1.2 Nokton M-mount at f/11

Leica M-P : Voigtlander 40mm. F1.2 Nokton M-mount at f/1.2

Leica M-P : Voigtlander 40mm. F1.2 Nokton M-mount at f/1.2

Leica M-P : Voigtlander 40mm. F1.2 Nokton M-mount at f/1.2

Leica M-P : Voigtlander 40mm. F1.2 Nokton M-mount at f/1.2

 

2017-12-05T07:42:15+00:00